เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ “หนึ่งในผู้ดีแปดสายแรก” แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 
เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ "หนึ่งในผู้ดีแปดสายแรก" แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 
                  เจ้าจอมมารดาวาดในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ธิดานายเสถียรรักษา (เที่ยง) ปลัดวังซ้าย คหบดีรามัญ ชาวหงสาวดี กับ พระนมปริก ธิดาพระยาอิศรานุภาพ (ขุนเณรน้อย) เกิดแต่ท่านขำ เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะแม จุลศักราช ๑๒๒๑ ตรงกับวันที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๐๒    เดิมนั้นพระนมปริกได้ถวายพระนมสมเด็จพระราชโอรสและธิดา ในกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์มาทั้ง ๔ พระองค์ เมื่อสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีประสูติพระราชโอรสองค์ที่ ๔ ในปีนั้นพระนมปริกก็มีธิดาใหม่ คือ เจ้าจอมมารดาวาด  จึงได้เข้าไปถวายพระนม  เจ้าจอมมารดาวาดจึงเป็นผู้ที่ร่วมพระนม จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นเหตุให้ภายหลังเมื่อสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสด็จสวรรคตแล้ว    บิดามารดาเจ้าจอมมารดาวาดจึงนำธิดาซึ่งยังเยาว์วัยผู้นี้ เข้าไปถวายใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสุดารัตนราชประยูร (ทูลกระหม่อมแก้ว) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  และทรงเมตตาชุบเลี้ยงใช้สรอยสนิทสนม จนถึงได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ และเป็นเจ้าจอมมารดาต่อมา
 
                 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสุดารัตนราชประยูรนั้นทรงเป็นพระมาตุจฉา (อา) ของสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี และทรงอภิบาลสมเด็จเจ้าฟ้าทั้งสี่พระองค์ที่มีพระประสูติกาลจากสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี มาตั้งแต่เจ้าฟ้าทั้งสี่ทรงพระเยาว์เนื่องจากพระราชมารดาเสด็จสวรรคต   เจ้าฟ้าทั้งสี่พระองค์ข้างต้น คือ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ สมเด็จเจ้าฟ้า (หญิง) จันทรมณฑลโสภณภัควดี  สมเด็จเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี  และสมเด็จเจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ 
 
                   
 เจ้าจอมมารดาวาดในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
                                 
                  ความผูกพันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาวาดนั้นส่วนหนึ่งมีความผูกพันทางสายสกุลเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ บรรพชนของเจ้าจอมมารดาวาดนั้นเป็นทั้งราชินิกุลรัชกาลที่ ๓ และเป็นราชินิกุลรัชกาลที่ ๕   เชื้อสายของพระยาอิศรานุภาพ (ขุนเณรน้อย) ที่เป็นสตรีส่วนใหญ่จะเข้ารับราชการในพระราชสำนักฝ่ายใน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับตำแหน่งพระนมและพระพี่เลี้ยงในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ ในสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์  ยกตัวอย่างเช่น ธิดาชื่อ พู่ และ ทิม เป็นพระพี่เลี้ยงและพระนมในสมเด็จเจ้าฟ้ามณฑลโสภณภควดี (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจันทรมณฑลฯ กรมหลวงวิสุทธิกษัตรีย์   ธิดาชื่อ สิน และสัมฤทธิ์ เป็นพระพี่เลี้ยงและพระนมในสมเด็จเจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ (จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช)  ธิดาชื่อ เอม และปริก เป็นพระพี่เลี้ยงและพระนมในสมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)   พระนมปริก มารดาของเจ้าจอมมารดาวาดนั้น สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ให้ความสำคัญว่าเป็นพระญาติ ทั้งยังได้คลอดบุตรและธิดาร่วมปีประสูติ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระนมปริกถวายพระนมแด่พระโอรสและพระธิดาทั้งสี่พระองค์    ด้วยเหตุนี้ธิดาของพระนมปริกคือเจ้าจอมมารดาวาดจึงได้ดูดดื่มน้ำนมร่วมอุทรเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังได้รับการเลี้ยงดูและได้รับการเห่กล่อมจากเสียงสตรีคนเดียวกัน นำมาซึ่งความผูกพันลึกซึ้งและดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ 
 
                  จากคำบอกเล่าของหม่อมเจ้าหญิงกาญจนฉัตร (ฉัตรชัย) สุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นหลานย่าของเจ้าจอมมารดาวาด ได้ทรงเล่าประทานนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ว่าหน้าที่ของเจ้าจอมมารดาวาด คือเป็นพนักงานพระภูษา ทำหน้าที่จัดเปลี่ยนฉลองพระองค์และผ้าทรง นับเป็นหน้าที่ที่รับใช้สนองพระเดชพระคุณใกล้ชิดติดพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมแน่นแฟ้นของทั้งสองฝ่าย
                   เล่ากันว่า วิธีการจัดเครื่องฉลองพระองค์ของเจ้าจอมมารดาวาดก็คือ ท่านจะยกผ้าทรงออกมากองเป็นตั้งสูง เพื่อถวายให้ทรงเลือก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็จะตรัสสัพยอกล้อเลียนเสมอ ๆ ว่า "ยังกับแขกขายผ้า"  การล้อเลียนนี้ก็ทรงล้อเลียนเทียบเคียงกับเรื่องราวที่ลึกซึ้งที่ทรงรู้กันกับเจ้าจอมมารดาวาด เพราะบรรพบุรุษสายมารดาของเจ้าจอมมารดาวาดนั้นมีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสายสกุล แขกสุนีวัดหงส์ วัดหนังจากเมืองพัทลุง [คำบอกเล่าเน้นไปทางสายสกุลแขก แต่เชื้อสายทางพระยาอิศรานุภาพ (ขุนเณรน้อย) ผู้เป็นตาของเจ้าจอมมารดาวาดนั้น เกียวข้องกับสกุลอำมาตย์รามัญ (หงส์ทอง) สกุลชาวสวนวัดหนัง แขกชาติสุนีพัทลุง (สกุล ณ พัทลุง) และราชสกุลกรุงทวาราวดี (กรุงเก่า) ด้วย]   จึงนับเป็นคำล้อเลียนที่รู้เฉพาะระหว่างท่านทั้งสอง แสดงให้เห็นชัดถึงพระเมตตาและความสนิทสนมเป็นพิเศษที่ได้พระราชทานแก่เจ้าจอมมารดาวาด โดยที่ไม่มีหลักฐานเอกสารปรากฎ จะมีก็แต่ความทรงจำที่ประทับแน่นในจิตใจ โดยเฉพาะเจ้าจอมมารดาวาด และได้ถ่ายทอดความทรงจำนี้สู่ลูกหลาน ซึ่งนับวันสิ่งที่ได้เล่าไว้นี้ อาจจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปตามกาลเวลา
 
                  หน้าที่สำคัญอีกหน้าที่หนึ่งของเจ้าจอมมารดาวาด คือการขับร้องเพลงกล่อมพระบรรทม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีภารกิจที่หนักหน่วงยิ่งนักในภาวะที่ประเทศหมิ่นเหม่ต่อการสูญเสียอธิปไตย พระราชภารกิจที่ทรงปฏิบัติล้วนมีเอกราชและความอยู่รอดของชาติเป็นเดิมพัน ข้าราชสำนักฝ่ายในต่างก็รับรู้ถึงความเหนื่อยยากทั้งพระวรกายและพระวรหทัยของพระองค์ จึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ทรงพระสำราญทรงคลายทุกข์กังวลจากพระราชภารกิจ โดยเฉพาะเวลาเสด็จเข้าที่บรรทมเพราะจะทรงบรรทมหลับยาก นอกจากถวายงานนวดงานพัดแล้ว ยังต้องมีการขับร้องเพลงกล่อมพระบรรทมด้วย
                  เจ้าจอมที่มีฝีมือในการบรรเลงเครื่องดนตรีทั้งหลาย เช่น เจ้าจอมประคองชำนาญซอสามสาย  เจ้าจอมสังวาลย์ เชี่ยวชาญกระจับปี่ ก็จะจัดเป็นวงดนตรีขึ้น  วงดนตรีที่จะบรรเลงนี้จะต้องห่างจากที่บรรทมพอสมควร พอให้เสียงดนตรีและเสียงขับร้องดังพอฟังสบายพระกรรณ เพลงที่ใช้ขับร้องโดยมากจะใช้บทละครเรื่องอิเหนา ซึ่งส่วนมากเป็นเพลงสองชั้น ฟังสบาย ๆ ไม่เอื้อนยืดยาวเกินไป
                   ผู้ทำหน้าที่ขับร้องกล่อมพระบรรทมคือเจ้าจอมมารดาวาด นอกเหนือจากน้ำเสียงอันไพเราะแล้ว เป็นไปได้ว่าเจ้าจอมมารดาวาดได้ถ่ายทอดความรัก ความผูกพันลึกซึ้ง ความห่วงใยอาทร และความจงรักภักดีต่อเจ้าชีวิตและบุรุษอันเป็นที่รัก ไปพร้อมกับเพลงที่ขับร้อง จึงทำให้เสียงร้องเพลงนั้นมีความหมายมากกว่าเสียงขับร้องธรรมดา อาจส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสดับรับได้ถึงความห่วงใย ความผูกพัน ความรักแลอาทร หรือแม้แต่ทำให้ทรงรำลึกถึงความหลังที่เคยเต็มไปด้วยความผาสุขในวัยเยาว์ จึงทรงบรรทมหลับอย่างเบาพระราชหฤทัย
                  ภายหลังเจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ มีพระประสูติกาลพระโอรส คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ต้นราชสกุล "ฉัตรชัย") เมื่อ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๔  เจ้าจอมมารดาวาดจึงไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวอีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นพระมารดาผู้ฟูมฟักพระโอรสแทน
 
พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
พระโอรสองค์ที่ ๓๕ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาวาด
 
                  จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงนิพนธ์ "ราชินิกูลรัชกาลที่ ๕" มีข้อความตอนหนึ่งกล่าวถึงเจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ เป็นจำพวกที่กล่าวว่า ผู้ดีแปดสายแรก ดังนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
                   บุรพชนของเจ้าจอมมารดาวาด ทางบิดาเป็นคฤหบดีรามัญ ชาวเมืองหงสาวดี สืบสายลงมาถึงรามัญผู้หนึ่ง ชื่อ "เที่ยง"  กล่าวว่าตนเองเป็นผู้ที่ได้เข้ามาจากจังหวัดหงสาวดีประเทศรามัญ ครั้นมาอยู่ในกรุงเทพฯ ช้านาน  ได้เป็นนายเสถียรรักษา ปลัดวังซ้ายในกรมวัง ภายหลังได้เป็นสามีพระนมปริกพระนมเอกในรัชกาลที่ ๕ ไม่มีเรื่องราวที่จักกล่าวนอกจากนี้อีก
                   ทางมารดาเจ้าจอมมารดาวาด คือ พระนมปริกนั้นมีบุรพชนอันเป็นชั้นสูงในจำพวกที่กล่าวว่า "ผู้ดีแปดสายแรก" ผู้หนึ่ง    เพราะเป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ และที่ ๕   ดังได้กล่าวไว้ตามลำดับชั้นโดยพิสดารแล้ว  ในเรื่องราชินิกูลรัชกาลที่ ๓  และในเรื่องราชินิกูลรัชกาลที่ ๕  ซึ่งกล่าวอยู่นี้  ไม่จำเป็นจักต้องกล่าวซ้ำในที่นี้อีก  จักสรุปความแต่โดยย่อ แต่ว่าบุรพสตรีของเจ้าจอมมารดาวาดรวมเป็น ๘ สาย ดังนี้
                    ทางบิดาของพระนมปริก
                    สายราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ {คือสกุลอำมาตย์รามัญ (หงส์ทอง)} หนึ่ง
                    ทางมารดาของพระนมปริก
                    สายราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ {คือสกุลแขกชาติสุนีวัดหงส์} หนึ่ง
                    สายราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ {คือสกุลชาวสวนวัดหนัง} หนึ่ง
                    สายแขกชาติสุนีพัทลุง {คือสกุล ณ พัทลุง} หนึ่ง
                    สายราชสกุลกรุงทวาราวดี (กรุงเก่า) {คือสกุล ม.ร.ว.ทับ} หนึ่ง
 
                    รวม ๕ สายนี้เป็นสายสูง สายที่กล่าวเหล่านี้นับแต่สายใหญ่ที่ไม่ใช่สายย่อยและไม่ใช่สายเขยหรือสายสะใภ้ ถ้าจักนับสายต่ำอีกด้วยก็มีอีก ๓ สาย คือ
 
                    สายมารดาพระเทพเพชรัตน (นาค) สกุล {ใดไม่ทราบ}* หนึ่ง
                    สายมารดาพระยาอิศรานุภาพ (ขุนเณรน้อย) สกุล {ใดไม่ทราบ}* หนึ่ง
                    สายท่านขำมารดาพระนมปริก สกุล {ใดไม่ทราบ}* หนึ่ง
 
                    จึงจักรวมได้เป็น ๘ สายด้วยประการฉะนี้  แต่ถึงจะอย่างไร ๆ ก็ดี  เจ้าจอมมารดาวาดผู้นี้ คงเป็นราชินิกุลรัชกาลที่ ๕ ทั้งเป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ด้วย  เหตุที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งซึ่งควรจากภาคภูมิใจนั้น  เจ้าจอมมารดาวาดเป็นพระสนมผู้เดียวใน ๓๘ นาม ที่มีราชโอรสในรัชกาลที่ ๕  ผู้เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ ตามระเบียบที่นับแต่ทางพระชนนีของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีเท่านั้น แต่ส่วนที่เป็นราชินิกุลรัชกาลที่ ๓ นั้น ยังมีพระอัครชายาเธออีก ๓ พระองค์ แท้จริงพระอัครชายาเธอก็เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ เหมือนกัน  และใกล้ชิดสนิทกว่าเสียอีก  แต่เมื่อทางพระชนกไม่นับด้วยก็เป็นไม่ได้ ถ้าจะนับด้วย บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวง ที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีเป็นต้นตลอดจนผู้ที่ได้ใช้นามสกุล ณ กรุงเทพ ด้วยนั้น ก็จักต้องนับด้วยทั้งสิ้น
 
                   * หมายเหตุ นามสกุลยังไม่มีใช้กันในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังเริ่มมีใช้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ยกตัวอย่าง เช่น สายแขกชาติสุนีพัทลุง ภายหลังผู้สืบเชื้อสายชั้นลูกหลานได้รับพระราชทานนามสกุล ณ พัทลุง     ส่วนคำว่าสกุล {ใดไม่ทราบ} อาจหมายถึงผู้สืบเชื้อสายเป็นราชสกุล หรือผู้สืบเชื้อสายเป็นหญิงซึ่งภายหลังสมรสออกเรือนเป็นสะใภ้สกุลอื่น จึงระบุให้ชัดเจนไม่ได้ว่าจะให้ชั้นปู่ย่าใช้นามสกุลอะไร ยกตัวอย่าง เช่น เจ้าจอมมารดาวาด ชั้นพระโอรสเป็นต้นราชสกุลฉัตรชัย
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
ราชินิกุลรัชกาลที่ ๓  คือเชื้อสายอันเป็นพระวงศ์ของสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระบรมราชชนนีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งนับได้ ๒ ทางคือ ทางพระชนก พระยานนทบุรีศรีมหาอุทยาน (พระชนกจัน) ทางหนึ่ง และ ทางพระชนนีเพ็ง ทางหนึ่ง
 
 
ราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๑ ได้แก่ พระชนก พระยาราชวังสัน (หวังหะสัน) เชื้อสายแขกสุนี + พระชนนี ชู  (สกุลชาวสวนวัดหนัง) => พระชนนีเพ็ง
                                                 |

                                                V
ราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๒ ได้แก่ พระชนนีเพ็ง  + พระชนกจัน (พระยานนทบุรี) 
                                |

                               V
เจ้าจอมมารดาเรียมในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
ซึ่งภายหลังดำรงพระยศเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุราลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในรัชกาลที่ ๓  เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๓
                                ||
                                V
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
    
 
 
                                           ราชตระกูลกรุงเก่า + ท่านทองคำ คือ ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ) เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๒ =>ม.ร.ว.ทับ
                                                                                                                                                                   |
ท่านปล้อง น้องนางพระชนนีเพ็ง เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๒ + พระยาพัทลุง (ทองขาว) สกุลแขกสุนีพัทลุง =>ท่านผ่อง      |
                        |                                                                                                                                          |

                       V                                                                                                                                         V
             ท่านผ่อง เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๓              +           พระอักษรสมบัติ หม่อมราชวงศ์ทับ (ราชตระกูลกรุงเก่า) => ท่านฉิม หรือ รอด
                                                                               |

                                                                              V
พระเทพเพ็ชรรัตนนาค บุตรพระยารัตนจักร (หงส์ทอง) + ท่านฉิม หรือ รอด ราชินิกุลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๔
                                |
                                V
 พระยาอิศรานุภาพ (ขุนเณรน้อย) เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๕ + ขำ
                                |
                                V
พระนมปริก เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๖ + นายเสถียรรักษา (เที่ยง)
                                |
                                V
เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๗
                                |

                                V
 พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (พระโอรสในรัชกาลที่ ๕ ) เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๘  ต้นราชสกุล"ฉัตรชัย"
 
 @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
 
ส่วนราชินีกุลรัชกาลที่ ๕  คือ เชื้อสายอันเป็นพระวงศ์ในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  
แต่สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ พระชนกในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินีเป็นขัตติยราชสกุล จึงไม่นับเป็นราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ จะนับแต่ฝ่ายพระชนนีน้อยว่าเป็นราชินีกุลรัชกาลที่ ๕ แต่เพียงฝ่ายเดียว
 
 
                                           ราชตระกูลกรุงเก่า + ท่านทองคำ คือ ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ) เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๒ =>ม.ร.ว.ทับ
                                                                                                                                                                   |
ท่านปล้อง น้องนางพระชนนีเพ็ง เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๒ + พระยาพัทลุง (ทองขาว) สกุลแขกสุนีพัทลุง =>ท่านผ่อง      |
                        |                                                                                                                                          |

                       V                                                                                                                                         V
             ท่านผ่อง เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๓                +              พระอักษรสมบัติ หม่อมราชวงศ์ทับ (ราชตระกูลกรุงเก่า) 
                                                                                 |
                                                                                V
                                                   เจ้าจอมมารดาทรัพย์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓  ราชินิกูลรัชกาลที่ ๓ ชั้น ๔
                                                                                                                                |
                                                                  พระยารัตนจักร (หงส์ทอง) + ท่านม่วง             |
                                                                                                                              |
                                                                                           V                                   |
ราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ ชั้น ๑ ได้แก่ พระชนก บุศย์ สกุลบางเขน + พระชนนี แจ่ม => พระชนนีน้อย   |
                                                 |                                                                              |

                                                V                                                                             V
ราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ ชั้น ๒ ได้แก่ พระชนนีน้อย  + พระชนก สมเด็จ พระบรมราชมาตามหัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ (ต้นราชสกุล ศิริวงศ์ ณ อยุธยา)
                                                              |

                                                             V
                                              หม่อมเจ้าหญิงรำเพย 
ซึ่งภายหลังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี   เป็นราชินิกูลรัชกาลที่ ๕ ชั้น ๓
                                                             ||
                                                             V
                             พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
 
 

พระนมปริกมารดาเจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕
 
 
                 สายสัมพันธ์เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ ทางสายพระนมปริกนั้น เกี่ยวดองทั้ง ราชินิกุล ร. ๕ และ ราชินิกุล ร. ๓ หลายชั้น  กล่าวคือ ท่านฉิมหรือรอด เป็นพี่นาง เจ้าจอมมารดาทรัพย์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓     ท่านแจ่ม (พระชนนีของพระชนนีน้อย) และพระเทพเพ็ชรัตน์ (นาค) ต่างก็เป็นบุตรีและเป็นบุตรพระยารัตนจักร (หงษ์ทอง) ดังได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น
 
                  เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ ไม่เพียงมีเชื้อสายวงศ์ตระกูลดีเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติดีเด่น อื่น ๆ อีก ได้แก่ ได้รับการอบรมสั่งสอนจากมารดาที่ดีอย่างพระนมปริกจึงเป็นกุลสตรีผู้มีบุคลิกดี มีความรู้ความสามารถหลายด้าน ปฏิบัติตัวและวางตัวดีสมฐานะเป็นข้าราชสำนักฝ่ายในและเป็นพระภรรยาไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ อาทิ  บทบาทหน้าที่เป็นผู้เตรียมพระภูษาจัดเปลี่ยนฉลองพระองค์และผ้าทรงในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเตรียม พระมาลา รองพระบาท   นับเป็นการทำหน้าที่ที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเอาใจใส่และมีศิลปะในตัวด้วยไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรูปแบบเสื้อผ้า สีสัน ให้เข้ากับพระราชภารกิจ และค่านิยมแต่งสีตามวันในแต่ละสัปดาห์ รวมทั้งการวางแผนการตัดเย็บล่วงหน้าเพื่อแต่งฉลองพระองค์ในโอกาสต่อ ๆ ไป   แม้จะเป็นการนำเสนอเพื่อทรงพิจารณา แต่หากเสนอด้วยความเข้าใจและมีศิลปะพร้อมถวายคำแนะนำเล็กน้อยเพิ่มเติม ก็จะทำให้ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาได้ง่ายขึ้น หรือมีทางเลือกรูปแบบใหม่มากขึ้น
                  นอกจากความสามารถในด้านศิลปะการแต่งกายแล้ว เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ ยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นพนักงานดนตรีและเป็นผู้ขับร้องกล่อมพระบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่วมกับเจ้าจอมท่านอื่น ๆ ประกอบเป็นวงมโหรีเครื่องสี่ ได้แก่ ซอสามสาย กระจับปี่ โทน กรับพวง  นับเป็นข้าราชสำนักฝ่ายในที่อยู่เบื้องหลังการเป็นเอกราชและการอยู่รอดของชาติ กล่าวคือได้ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อจักได้สำราญพระราชหฤทัย คลายความกังวลและบรรทมหลับอย่างเพียงพอ ส่งผลให้มีพระกำลังวรกายและพระกำลังวรใจในการปฏิบัติพระราชภารกิจในแต่ละวันนั่นเอง
                  บทบาทที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของเจ้าจอมมารดาวาดคือ เป็นพระมารดาผู้อภิบาลพระโอรสให้เติบใหญ่และมีความเจริญก้าวหน้า   พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เป็นพระโอรสที่พระบรมราชชนกทรงเอาพระทัยใส่อย่างยิ่งพระองค์หนึ่ง   ซึ่งน่าจะเกิดจากทรงเป็นสายใยแห่งความผูกพันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดาวาดประการหนึ่ง และการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจอภิบาลพระโอรสของเจ้าจอมมารดาวาดประการหนึ่ง  ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระทัยและทรงตระหนักถึงพระอุปนิสัยและความถนัดของพระโอรส จึงโปรดให้เรียนวิชาการช่างทหารบกที่แซทแฮม ประเทศอังกฤษ ภายหลังจบการศึกษาได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในงานที่ทรงถนัด พระกรณียกิจด้านต่าง ๆ นั้นทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อมาถึงปัจจุบัน  ผลงานที่สำคัญ ๆ ได้แก่ งานด้านการทหารช่าง งานด้านวิทยุกระจายเสียง งานด้านไปรษณีย์โทรเลข งานด้านการรถไฟ งานด้านโรงแรมและการท่องเที่ยว และงานด้านภาพยนตร์ เป็นต้น   ภายหลังได้รับสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
                   เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ เป็นธิดาผู้มีความกตัญญูต่อบิดามารดา และได้ดูแลปรนนิบัติผู้ให้กำเนิดเป็นอย่างดี ภายหลังบิดามารดาได้ถึงแก่กรรม เจ้าจอมมารดาวาดได้สร้างพระเจดีย์องค์หนึ่งอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดา ที่วัดโพธิ์ ปัจจุบันคือวัดบางคูวัดกลาง  ริมคลองบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี  ดังมีจารึกบนหินอ่อนปรากฎอยู่ที่ฐานพระเจดีย์ด้านทิศตะวันออก ความว่า
                  " เจ้าจอมมารดาวาดรัชกาลที่ ๕   เป็นผู้สร้างพระเจดีย์องค์นี้          ขออุทิศ
                    ส่วนกุศลให้แก่  ปลัดวังซ้าย (เที่ยง) ผู้เป็นบิดา  พระนม (ปริก) รัชกาลที่ ๕
                    ผู้เป็นมารดา          สร้างแล้วเสร็จบริบูรณ์ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม  ร.ศ. ๑๓๑
                    ตรงกับณวัน          ๑      ค่ำ    ปีชวดจัตวาศก    จุลศักราช ๑๒๗๔ "
                                           ฯ ๑๑
 
                  อนึ่งการสร้างพระเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดา บ่งบอกถึงเจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา  เข้าใจถึงหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปฏิบัติเป็นชาวพุทธที่ดี ทำนุบำรุงพุทธศาสนาและปลูกสร้างพุทธสถานเพื่อสืบทอดศาสนาให้ดำรงอยู่ รวมทั้งเป็นผู้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่บรรพบุรุษได้ปฏิบัติสืบทอดกันมา
 
                  พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ได้รับอบรมจากเจ้าจอมมารดาวาดในเรื่องความกตัญญูเป็นอย่างดีทั้งยังปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง    เมื่อเจ้าจอมมารดาวาดป่วยด้วยโรคร้าย ได้รับออกมาอยู่ ณ วังบ้านดอกไม้ด้วยกัน และเฝ้าอภิบาลรักษาจนพระมารดาถึงแก่อสัญกรรม วันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๑ และได้พระราชทานเพลิงในงานเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อเมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๓
                 
                  ทั้งหมดทั้งปวงนี้เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ ได้ปฏิบัติให้ยึดถือเป็นแบบอย่างผู้ดีแปดสายแรกและควรปฎิบัติตามยิ่ง
 
พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กับ เจ้าจอมมารดาวาด
พระรูปทรงฉายเมื่อครั้งเสด็จกลับจากทรงศึกษาในยุโรป พ.ศ. ๒๔๔๗
 
 
 
วัดบางคูวัดกลาง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดโพธิ์ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ทิศใต้ติดคลองบางคูวัด  ทิศตะวันตกติดวัดบางคูวัดใน  จากจุดนี้สามารถมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ไม่ไกล
 
 
 
พระเจดีย์องค์กลาง สถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงกลม  เป็นเจดีย์ที่นิยมสร้างตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่  4 เป็นต้นมา
ฐานไพทีเป็นรูปสี่เหลี่ยม เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ มีมาลัยเถา ซ้อนเป็นชั้น ๆ
องค์ระฆัง มีจระนำประจำด้านทั้งสี่ กรอบซุ้มมีแท่งปลายแหลมสูง (เรียกว่าฝักเพกา) และหงส์ ประดับอยู่บนกรอบซุ้ม
พื้นที่เว้าลึกคล้ายเป็นคูหาในกรอบซุ้มจระนำ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่ง ปัจจุบันพระพุทธรูปสูญหายไปหมด
เหนือขึ้นไปมีบัลลังก์เป็นรูปสี่เหลี่ยม เหนือขึ้นไปเป็นบัวถลา ยอดเป็นบัวทรงคลุ่มต่อกันขึ้นไปหกชั้น (บัวทรงคลุ่มเถา)และต่อด้วยปลียอด
สันนิษฐานว่าน่าจะมีฉัตรประดับเหนือยอดพระเจดีย์แต่ปัจจุบันชำรุดเสียหาย
 
 
 
พระสมุห์สัญญา ฐานมงฺคโล  เจ้าอาวาสวัดบางคูวัดกลาง
๔๒ หมู่ ๔ ตำบลบางคูวัด  อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ๑๒๐๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๘ ๒๒๔๕  โทรศัพท์มือถือ ๐๘ ๓๑๓๑ ๗๐๗๒ 
 
 
 
ลุงสละ ขำทอง อดีตพนักงานโรงพยาบาลวชิระ ปัจจุบันอยุ ๘๐ ปี  เป็นผู้พาชมและขัดล้างป้ายจารึกฐานเจดีย์ วัดบางคูวัดกลาง
ที่อยู่ ๒๗ หมู่ ๓  ตำบลบางคูวัด  อำเภอเมือง  จังหวัดปทุมธานี  ๑๒๐๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๘ ๒๓๐๘  (ปัจจุบัน รับขึ้นศาลพระภูมิเจ้าที่)
 
 
 
 
สภาพพื้นที่โดยรอบองค์พระเจดีย์ ได้ปรับเป็นพื้นซีเมนต์ซึ่งมีระดับสูงกว่าพื้นฐานเดิมขององค์พระเจดีย์
 
 
 
 
 
ลุงสละ เป็นผู้พาไปชี้แผ่นจารึกหินอ่อนของเจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ 
 
 
 
เมื่อแรก ตัวอักษรอ่านได้เพียงสองบรรทัด
 
 
 หลังจากขุดดินออก เอาน้ำล้าง และวิดน้ำออก พบจารึกอักษร สี่บรรทัดด้วยกัน
 
 
 
 สภาพพระเจดีย์หลังจาก ฝนตกหนัก ๕ – ๑๐ นาที
 
 
 
หนังสือประกอบการเขียน
ดำรงราชานุภาพ, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. พงษาวดารเรื่องเรารบพม่า ครั้งกรุงศรีอยุธยา. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธินโปรดให้พิมพ์ครั้งแรกในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าจอมมารดาวาดรัชกาลที่ ๕. โรงพิมพ์ไทย ๒๔๖๓
ภาณุรังษีสว่างวงษ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช, จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า. ราชินิกูลรัชกาลที่ ๓. มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์ ๒๕๓๕.
__________. ราชินิกูลรัชกาลที่ ๕. หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา ณ พระเมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ๗ สิงหาคม ๒๕๒๒.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร. เทิดพระเกียรติราชสกุลฉัตรชัย. กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ๒๕๔๕
เล็ก วงศ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุล กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพ : ข้าวฟ่าง ๒๕๔๙ 
องค์ บรรจุน. หญิงมอญ อำนาจและราชสำนัก. กรุงเทพ : มติชน ๒๕๕๐
ศันสนีย์  วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในราชสำนัก. กรุงเทพ : มติชน ๒๕๕๒
กรมศิลปากร . สมุดภาพจดหมายเหตุพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุวราชสกุลวงศ์. กรุงเทพ : กรมศิลปากร ๒๕๕๒
 
 

 
 

เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ ๕ "หนึ่งในผู้ดีแปดสายแรก" แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ตะวัน ธนวสุมงคล อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ tawanguide.spaces.live.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://tawanguide.spaces.live.com
 

About ☀Tawan™ Guide ☀

a Professional Tour Guide
This entry was posted in 2. ตะวันสัมผัสมาอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s