สงกรานต์หลวงพระบาง…สะบายดีปีใหม่ 2552

สงกรานต์หลวงพระบาง…สะบายดีปีใหม่ 2552
 
 
สวัสดีปีใหม่ไทย/ลาว ปี พ.ศ. 2552 ครับ
ปีใหม่ปีนี้ตั้งใจไปหาความสงบร่มเย็นอยู่แล้วครับ นั่งคิดนอนคิดว่าจะออกนอกประเทศไปที่ใดดี และแล้วความคิดก็วนเวียนคิดถึงแต่หลวงพระบาง ใจหนึ่งก็ค้านไปแล้วไปอีกอยู่ได้ อีกใจก็ตอบว่าเมืองเขามีเสน่ห์ตรงความสงบเรียบง่าย ไปเยือนหลาย ๆ ครั้งจะเป็นไรไป ในที่สุดก็ตัดสินใจได้
 
 
 และแล้วบ่ายวันที่ 15 เมษายน 2552 ผมและพวกพ้องผองเพื่อนและครอบครัวก็มายืนดูขบวนพาเหรดสงกรานต์เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
ซึ่งปีนี้จัดให้มีงานบุญตรุษสงกรานต์ปีใหม่ลาว 10-16 เมษายน 2552
 
  
 
        
เพื่อให้สัมผัสได้ถึงภาพบรรยากาศปีใหม่ลาวในอดีต ผมขออนุญาตคัดข้อความบางส่วนเกี่ยวกับปีใหม่ลาว ของคุณพงศกร “สกุลไทย” ฉบับที่ 2631 ปีที่  51 ประจำวัน  อังคาร ที่  22 มีนาคม  2548   มาดังนี้ครับ
 
         …วันแรกของเทศกาลปีใหม่ลาว เริ่มประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน เป็นวันที่ชาวหลวงพระบางจะทำความสะอาดบ้านช่องเพื่อรอรับศักราชใหม่ที่จะมาถึง ช่วงบ่ายของวันนั้น ก็จะพากันข้ามเรือไปยังเกาะตรงข้ามเมือง บริเวณหน้าตำบลบ้านเชียงแมน เกาะนี้จะโผล่ขึ้นมาเฉพาะหน้าร้อน ช่วงที่ระดับน้ำโขงลดระดับลงต่ำเท่านั้น ผู้คนไปที่เกาะเพื่อก่อพระเจดีย์ที่หาดราย กิจกรรมรื่นเริงจะเกิดขึ้นที่นั่น ทั้งเด็ก หนุ่มสาว หรือคนสูงอายุ ต่างยิ้มแย้มให้กัน หน้าตามีความสุข ร้องรำทำเพลง จุดบั้งไฟ เล่นสาดน้ำประแป้งกัน โดยใช้น้ำผสมกับสี ดูแล้วเลอะเทอะเปรอะไปทั้งหาด ผู้คนเนื้อตัวผมเผ้ามอมแมม
 
         การมาเล่นน้ำฉลองปีใหม่ที่หาดแห่งนี้ นับเป็นกุศโลบายที่ชาญฉลาดของชาวเมือง เพราะความสกปรกเลอะเทอะต่างๆจะจำกัดเฉพาะอยู่ที่เกาะกลางน้ำโขง ตัวเมืองหลวงพระบางจึงสะอาดเอี่ยม และสวยงามไม่เปรอะเปื้อน ด้วยกิจกรรมการเล่นสาดน้ำจะเกิดขึ้นและจบลงที่เกาะแห่งนี้เท่านั้น
 
 
 
 
           วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่สอง ผู้คนจากคุ้มและบ้านต่างๆในเขตเมืองหลวงพระบาง จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติงดงาม เพื่อเข้าขบวนแห่จากบริเวณหน้าวัดธาตุน้อยไปยังวัดเชียงทอง
           วันที่สามเป็นวันเนา จะไม่มีการแห่ แต่จะเป็นวันที่ชาวเมืองจะไปทำบุญและสรงน้ำพระวัดที่อยู่ใกล้บ้าน
           เช้าตรู่ของวันที่สี่ ชาวเมืองจะพากันเดินขึ้นพลี เพื่อขึ้นไปมนัสการพระเจดีย์สีทองอร่ามบนยอดเขา ชื่อว่าธาตุจอมสี ซึ่งเป็นพระธาตุประจำเมืองหลวงพระบาง ระหว่างทางที่เดินขึ้นบันไดจำนวน ๓๒๘ ขั้น ชาวเมืองจะปั้นข้าวเหนียวที่นำติดตัวมาด้วยเป็นก้อนเล็กๆ แล้ววางเอาไว้เป็นระยะที่ราวบันได นัยว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง ตกบ่ายของวันจะเป็นการบายศรีสู่ขวัญที่แต่ละบ้านจัดกันขึ้น เพื่อให้ผู้น้อยได้มากราบขอพรจากผู้ใหญ่ พ่อตู้แม่ตู้
 
 
 
 
             วันที่ห้าของเทศกาลจะมีการอัญเชิญพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจากหอพิพิธภัณฑ์ มาประดิษฐานที่วัดใหม่สุวรรณภุมมาราม เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำ การสรงน้ำพระของหลวงพระบางจะแตกต่างไปจากที่เคยเห็น คือ ผู้ที่สรงน้ำพระ จะไม่ได้เข้าไปสรงน้ำที่องค์พระอย่างบ้านเรา หากแต่จะใช้น้ำอบน้ำปรุงที่เตรียมมา สรงน้ำลงในรางไม้ที่ทอดอยู่สูงเสมอศีรษะ น้ำจะไหลไปตามรางและไหลตรงไปสรงที่องค์พระพุทธรูปเลยทีเดียว นับเป็นขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพราะสามารถสรงน้ำพระได้ทีเดียวพร้อมๆกันหลายคน ไม่ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกัน รวมทั้งไม่ต้องระวังว่าจะล่วงเกินสูงต่ำต่อพระพุทธรูป
 
 
 
          วันที่หก ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็คือ วันพญาวัน คือเป็นวันที่เปลี่ยนศักราชใหม่ ชาวหลวงพระบางจะมากันที่วัดใหม่สุวรรณภุมมาราม เพื่อรับน้ำมนต์ที่กระโจมด้านหน้าของวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตในปีใหม่ที่มาถึง ซึ่งน้ำมนต์ที่นำมานั้นก็คือน้ำที่ชาวบ้านนำมาสรงพระบางนั่นเอง จากนั้นก็จะเป็นการสรงน้ำพระเถระผู้ใหญ่ เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้น้อยก็จะมารดน้ำให้กับผู้ใหญ่ ก่อนจะมาเล่นสาดน้ำรื่นเริงกันในภายหลัง
          ส่วนวันที่เจ็ดซึ่งเป็นวันสุดท้ายนั้น ชาวหลวงพระบางก็จะจัดขบวนเดินแห่พระบางจากวัดเพื่อกลับไปประดิษฐานที่หอพิพิธภัณฑ์ในสมัยโบราณนั้น การแห่พระบางจะใช้ช้าง ซึ่งมีอยู่มาก แต่ในปัจจุบันนี้ประชากรช้างของหลวงพระบางลดน้อยลงไปมาก จึงไม่มีการนำช้างมาใช้ในการอัญเชิญพระบางเหมือนอย่างในอดีตอีก
 
 
 
 
          หลายคนอาจจะสงสัย ตรุษสงกรานต์ของหลวงพระบาง จะเห็นมีคนสวมศีรษะหุ่นสีแดง ใบหน้ากลมใหญ่ยิ้มแย้ม มีผมยาวจนจรดเท้าสองคนนี้เสมอ  หุ่นทั้งสองนี้คือ ปู่เยอย่าเยอ ซึ่งเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหลวงพระบาง ทำหน้าที่ปกปักรักษาให้ชาวเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งในเทศกาลนี้ ปู่เยอย่าเยอก็จะออกมาเพื่ออวยพรให้กับชาวเมืองทุกคน  ปกติรูปสัญลักษณ์ของ ” ปู่เยอ ย่าเยอ ”  จะเก็บรักษาไว้ที่ที่หอเสื้อเมืองหรือหอเทวดาหลวง วัดอาราม หอนี้จะถูกปิดตายและจะเปิดเฉพาะวันสงกรานต์เท่านั้น
 
 
 
         ” ปู่เยอ ย่าเยอ ” มีความสำคัญอย่างไร?  มีหลายตำนานที่เล่าผ่านบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น แต่เนื้อหาหลักคล้ายกันคือปู่เยอ ย่าเยอ มีบุญคุณกับมนุษย์ เนื้อเรื่องบางตำนานต่างเพียงองค์ประกอบปลีกย่อยเล็กน้อย ขอยกตัวอย่างมาเล่าดังนี้ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองหนึ่งชื่อ ” เมืองแถน ” เกิดอาเพทภัย ผู้คนในเมืองแถนได้รับเดือดร้อนจากความหนาวเย็น  เนื่องจากมีภูเขาลูกหนึ่งเติบโตได้ และได้โตขึ้นและสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงเมืองสวรรค์ (บางตำนานว่าเป็นต้นไม้สูงใหญ่มากจนบังแสงอาทิตย์) เป็นเหตุให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถสาดส่องลงมายังโลกได้  มีแต่ความมืดมิด ผู้คนเหน็บหนาวและอดหยากเนื่องจากเพาะปลูกพืชอะไรไม่ได้เลย   ” พระยาขุนบรม ” เจ้าเมืองแถนจึงได้ปรึกษากับเหล่าเสนาอำมาตย์ ว่าจะหาวิธีการกำจัดภูเขาสูงลูกนี้ได้อย่างไร เสนาอำมาตย์เสนอให้เจ้าเมืองประกาศหาอาสาสมัครให้ไปตัดเขาลูกนี้ รออยู่หลายเพลาก็ไม่มีผู้กล้ามารับอาสาทำงานนี้  
 
ด้วยชะตาบ้านเมืองยังไม่สิ้นไร้คนดี ในที่สุดก็มีสองผู้เฒ่าผัวเมีย ชื่อ ” ปู่เยอ ย่าเยอ ” เข้ามาอาสาไปตัดเขาลูกนี้เอง พระยาขุนบรมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีคนมารับอาสา แต่แอบหวั่นใจว่าสองผู้เฒ่าผัวเมียที่แก่เฒ่าจะตัดเขาสำเร็จหรือไม่  พระยาขุนบรมจึงให้กำลังใจชื่นชมความกล้าหาญของสองตายายและประกาศว่า ไม่ว่าสองตายายอยากได้อะไรจะให้รางวัลตามที่ขอมาทุกอย่าง   ดังนั้นสองตายายจึงได้ขอไว้อย่างหนึ่งก่อนที่จะออกเดินทางไปตัดเขา ว่า ถ้าไปทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ ขอให้ประชาชนทุกคนอย่าได้ลืมชื่อของพวกตน ว่าแล้วสองตายาย ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาสูงและลงมือใช้ขวานยักษ์ตัดเขาลูกนี้ทันทีจนโค่นพังทะลาย (บางตำนานว่าได้ขุดรากถอนโคนต้นไม้ยักษ์จนสำเร็จ) และแล้วแสงสว่างและความอบอุ่นก็กลับคืนสู่เมืองแถนตามเดิม แต่ภูเขาลูกนี้ได้ล้มลงทับปู่เยอ ย่าเยอ เสียชีวิตทันที  พระยาขุนบรมจึงได้จัดทำพิธีส่งวิญญาณปู่เยอ ย่าเยอ อย่างสมเกียรติ   ปัจจุบันลูกหลานชาวหลวงพระบางยังระลึกถึงคุณความดีของ”ปู่เยอ ย่าเยอ”  และเคารพนับถือดั่งเทพอารักษ์ ดังปรากฎงานแห่ ” ปู่เยอ ย่าเยอ ” ทุกปี
 
 
 
 
 
         งานแห่นี้จะจัดขึ้นวันที่สองของวันสงกรานต์หรือ ที่เรียกว่า ” วันเนา ” ตอนเช้าจะมีการอัญเชิญรูปหุ่นเชิด ” ปู่เยอ ย่าเยอ สิงห์แก้ว สิงห์คำ ” ( สิงห์แก้ว และสิงห์คำ เป็นสิงห์ที่ปู่เยอ ย่าเยอเอามาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ) จากหอเสื้อเมืองนี้ ทำพิธีไหว้และถวายเครื่องทาน จากนั้นก็แห่ไปตักน้ำที่แม่น้ำคานบริเวณ ” ผาบัง ” ใกล้กับสะพานเหล็กที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นในสมัยลาวยังเป็นอาณานิคม เพราะเชื่อว่าบริเวณนั้นมีพญานาคตนหนึ่งชื่อ ” อ้ายคำหล้า ” อาศัยอยู่ น้ำที่ถูกตักขึ้นมาจะเก็บไว้ในไหดิน เพื่อให้ปู่เยอ ย่าเยอนำไปสรงน้ำพระบาง จากนั้นในตอนบ่ายก็จะแห่ ” ปู่เยอ ย่าเยอ ” ตามด้วยผู้เฒ่า ผู้แก่หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ขบวนพระสงฆ์ นางสังขาร หรือนางวอ ( นางสงกรานต์ ) ขี่สัตว์พาหนะ ปู่เยอ ย่าเยอ จะฟ้อนรำอวยพรให้ลูกหลานได้พบกับความสมบูรณ์พูนสุขไปรอบๆเมือง
 
 
ขบวนภิกษุสงฆ์และสามเณร
 
 
ผู้คนถือโอกาสนี้ได้สรงน้ำพระ จีวรชุ่มน้ำถ้วนทั่ว
 
 
ชาวหลวงพระบางยึดมั่นพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่น  ผู้คนรอสรงน้ำพระตลอดเส้นทางของขบวนแห่
 
 
ขบวนพ่อตู้-แม่ตู้ (ผู้สูงอายุ)
 
 
 
 
            นางสังขาร หรือ นางสงกรานต์ประจำปี กำลังขึ้นประจำที่พาหนะ
 
 
 
 
            การประกวดนางสังขารจะเริ่มตั้งแต่วันแรกของเทศกาลปีใหม่ มีการเดินประกวดบนเวทีและตอบคำถามคณะกรรมการเหมือนกับการประกวดนางงามทั่วไป หากแต่เครื่องแต่งกายในการประกวดจะมุ่งเน้นวัฒนธรรมเป็นหลัก ไม่ได้เน้นที่สรีระรูปร่างอย่างเวทีนางงามพาณิชย์อื่นๆ หญิงสาวที่เข้าประกวดจึงสวมเครื่องแต่งกายในแบบฉบับของสตรีหลวงพระบางแต่โบราณ ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสังขารในปีนั้น ก็จะได้เข้าขบวนแห่เพื่ออัญเชิญพระบางไปรอบเมือง ในขบวนแห่นางสังขารจะถือของในมือ และนั่งอยู่บนตัวสัตว์ตรงกันกับตำนานของนางสงกรานต์ในแต่ละปี เช่น ปีล่าสุด ๒๕๕๒ นี้ วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันอังคาร นางสังขารในปีนี้ของหลวงพระบางจึงนั่งมาบนหมู ในมือจะถือธนูและตรีศูล เป็นต้น
 
 
 
 
           ชาวหลวงพระบางจะให้ความสำคัญกับนางสังขารมาก พ่อแม่ที่มีลูกสาวก็หวังอยากให้ลูกสาวได้เป็นตัวแทนของหมู่บ้านเข้าประกวดนางสังขาร เพราะถือว่าเป็นตัวแทนวัฒนธรรมอันดีงามของบ้านเมือง หญิงสาวคนใดได้เป็นนางสังขารจะถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดแก่วงศ์ตระกูล
 
 
 
นางสังขาน แปลว่า ผู้งามสมวัย หรือ  ผู้มีวัยงาม  เปรียบเทียบศัพท์วงการประกวดเมืองไทยเราก็คงคล้ายคำว่า “นางงาม…” “เทพี…” “ธิดา…(กาชาด)”
 
 
 
 
ส่วนประเพณีสงกรานต์ก็มีประวัติคล้ายของไทย ว่าด้วยเรื่องท้าวกบิลพรหม มีธิดาเจ็ดคน ชื่อ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา และ มโหทร  ประจำอยู่ในแต่ละวันของหนึ่งสัปดาห์ โดยจะคอยผลัดเปลี่ยนกันรับหน้าที่อัญเชิญเศียรของท้าวกบิลพรหม ผู้เป็นบิดาออกแห่เวียนประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุในวันสงกรานต์ของทุกปี การกำหนดว่าปีใดจะตรงกับนางสงกรานต์นางใด จะคิดจากว่าปีนั้น ๆ วันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน ตรงกับวันอะไร นางสงกรานต์ประจำของแต่ละวันจะมีชื่อและ รายละเอียดแตกต่างกัน
 
 
 
การยึดถือและร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาวหลวงพระบาง  ที่แสดงออกในงานบุญประเพณีสงกรานต์นี้  ทำให้ชาวต่างชาติเช่นผมรู้สึกชื่นชมมาก ๆ โดยเฉพาะการแต่งกาย เด็กเล็ก หนุ่มสาว ไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดประจำชาติหรือชุดประจำเผ่า นุ่งห่มผ้าพื้นเมืองและเป็นผ้าที่ทอใช้เองในประเทศ ดูแล้วมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง   จำนวนผู้คนจากทุกสารทิศมาร่วมขบวนและมาร่วมชมขบวนยิ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของงานว่ายิ่งใหญ่สมกับเป็นงานระดับชาติ  และแม้ว่าผู้คนจะรวมตัวกันจำนวนมากมายและมาจากหลากหลายสังคม ก็ไม่มีการทะเลาะหรือมีการใช้ความรุนแรง หรือมีการทำร้ายร่างกายให้เห็นเลย   นอกจากนี้ผมยังเห็นช่อดอกไม้ประดับอยู่ทุกบ้าน บางบ้านมีช่อดอกไม้เหน็บไว้ที่ประตูหน้าต่าง สหายชาวลาวได้ให้ข้อมูลกับผมว่าเป็นการประดับทำบุญบ้านพร้อม ๆ กับงานบุญปีใหม่  บางหมู่บ้านมีการร้องเพลงและเต้นรำเป็นหมู่คณะอย่างสนุกสนาน ซึ่งเพื่อนคนเดิมของผมก็บอกว่าเทศกาลสงกรานต์นี้เป็นโอกาสที่ลูกหลานญาติพี่น้องที่อยู่ไกลจะได้มารวมพบปะสังสรรค์กัน มีการบายศรีรับขวัญ เลี้ยงอาหารและลีลาศกัน เป็นการเสริมรากฐานให้สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่นและเข้มแข็ง    
 
การมาเยือนหลวงพระบางของผมครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่  ได้ประสบการณ์ใหม่ที่ต่างไปจากการเยือนครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง   ตราบใดที่คนหลวงพระบางยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี และปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ให้ถูกกลืนวัฒนธรรมตามกระแสโลก พร้อม ๆ กับช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมือง วัดวาอาราม สถานที่ต่าง ๆ ให้คงอยู่อย่างที่ควรเป็น ให้สมกับได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก  ผมมั่นใจว่า “หลวงพระบาง” จะได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากนานาประเทศอย่างไม่ขาดสายครับ
 
 
 
สนุกเฮฮา เชิดหน้าสู้กล้อง
 
 
มีรำกลอนขับขาน
 
 
แสดงพลัง ร่วมแรง ร่วมใจ
 
 
หลากหลายกลุ่มชน แต่ร่วมแรงเป็นหนึ่งเดียว
 
 
ทั้งเจ้าบ้านและแขกผู้มาเยือน ร่วมชื่นชมงานบุญประเพณีสงกรานต์หลวงพระบางอย่างล้นหลาม
 
 
ม่วนชื่นปีใหม่หลวงพระบาง ต้องหน้าดำครับ
 
 
ภาพซ้ายนางสังขาน ปี 2552  และภาพกลาง-ขวา นางสังขาน ปี 2551
 
  
อะลุนี มะนีวง (น้อย) นักศึกษาวัย 19 ปี จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุพานุวง เป็นผู้ชนะการประกวดนางสังขานประจำปี 2552  
 
 
 
ภาพคลิปวิดีโอ การประกวดนางสังขาร ปี2552 หลวงพระบาง
 
               
 
 
 
แหล่งข้อมูล:
 
 
 
 

สงกรานต์หลวงพระบาง…สะบายดีปีใหม่ 2552 โดย ตะวัน ธนวสุมงคล อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ tawanguide.spaces.live.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://tawanguide.spaces.live.com
 

About ☀Tawan™ Guide ☀

a Professional Tour Guide
This entry was posted in 3. ตะวันสัญจร. Bookmark the permalink.

One Response to สงกรานต์หลวงพระบาง…สะบายดีปีใหม่ 2552

  1. รู้ไปทามไม says:

    ดูท่าจะสนุกดี ฯ อยากกลับไปเทียวสงกรานต์ที่บ้านจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s