ปฏิบัติธรรมคืออะไร ปฏิบัติธรรมทำไม ปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร ๒/๒

คราวที่แล้วพระอาจารย์มานพ อุปสโม ได้อธิบายความหมายของการปฏิบัติธรรมไว้ คราวนี้ยังเป็นข้อเขียนของพระอาจารย์มานพ อุปสโม “ปฏิบัติธรรม = ปฏิบัติทำ (ต่อ) ” จากนิตยสาร Secret ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๖๖ (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔) ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรม ก่อนไปและระหว่างปฏิบัติธรรม ไว้ชัดเจนและเข้าใจง่ายครับ ขออนุญาตคัดมาเผยแพร่ดังนี้ครับ

เมื่อฉบับที่แล้วผั่นพั้นได้เกริ่น ๆ ไว้บ้างแล้วว่า ทำไมการปฏิบัติธรรมจึงได้บุญมากที่สุด แล้วเหมาะสำหรับคนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เท่านั้นจริงหรือ ฯลฯ ดังนั้นฉบับนี้จึงอาสามาต่อความจากฉบับที่แล้วกันนะคะ…

พระอาจารย์ขา ถ้าหนูต้องไปปฏิบัติธรรม หนูควรเตรียมตัวอย่างไรดีก่อนไปและระหว่างการปฏิบัติคะ

          เราควรเตรียมกายและใจให้พร้อม คือต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมของใช้ให้ครบ และต้องเตรียมร่างกายสำหรับการงดเว้น เพราะสถานที่บางแห่งที่เราเข้าไปอยู่จะละไม่ทานอาหารมื้อเย็นเพื่อไม่ให้เกิดปลิโพธ หรือความกังวลที่ต้องจัดเตรียมหุงหาอาหาร และควรเช็คดูว่าเราเป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรไหม ถ้าเป็นควรรักษาให้หายก่อน
          เมื่อกายพร้อมแล้วเราต้องเตรียมใจ ว่าต้องไปปฏิบัติธรรมจำนวน ๓ คืน ๔ วัน ๔ คืน ๕ วัน ๗ คืน ๘ วัน หรือมากกว่านั้น และบอกตัวเองไว้ว่าจะต้องวางเฉยและปล่อยวางทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจการงานที่ทำ การเรียน บ้าน เพราะหากไม่ปล่อยวางการปฏิบัติมักไม่ได้ผล ไป ๓ วันก็วางไว้ ๓ วัน ไป๕ วันก็วางไว้ ๕ วัน
          เมื่ออยู่ในสถานที่ปฏิบัติธรรม โทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดต้องปิด เพราะการเปิดรับข่าวสารจากข้างนอกจะทำให้จิตของเราเป็นกังวล ไม่นิ่งไม่สงบ และต้องงดเว้นการพูดคุยกัน หลีกเลี่ยงการอยู่เป็นกลุ่ม หมู่คณะ ฝึกอยู่ตามลำพังโดยไม่ต้องคุยไม่ต้องสนทนากับใครเลย อยู่ในกฎระเบียบ กติกาของวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม อย่าไปทำให้ผิดกฎผิดระเบียบ
          การตั้งกฎระเบียบเช่นนี้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้รับสารประโยชน์เต็มที่ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย …ไม่ใช่อันตรายทางกาย แต่เป็นอันตรายทางใจ หากเอาเพลงไปฟัง เอามือถือไปคุยรับข้อมูลข่าวสารคนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ ใจจะสงบได้ยังไง

ถ้าสมมุติว่าเราไม่ทำตามกฎระเบียบ เช่น เอาบีบีไปเล่น เอานิยายไปอ่าน หรือทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อใจ….จะบาปไหมคะ

          การที่เราไม่ทำตามกฎระเบียบถือว่าการมาปฏิบัติธรรมครั้งนั้นเป็นแค่โมฆะไป เพราะไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ ไม่ได้อะไรกลับไป นอกจากนี้ยังเป็นการหลอกลวงตนเอง หลอกลวงคนอื่นด้วย หลอกลวงตนเองคือ ตั้งใจเอาไว้ว่าจะอยู่ในกติกาแต่ทำไม่ได้ คิดผ่อนปรนให้ตัวเองว่านิด ๆ หน่อย ๆ ไม่น่าเสียหาย หลอกลวงคนอื่นคือ นอกจากเราไม่ทำตามกติกาแล้ว สิ่งที่เราทำยังอาจไปชักนำให้คนอื่นทำตามเราอีก เช่น สมมุติว่าเราเอามือถือมาคุยให้ผู้ปฏิบัติอื่น ๆ เห็น ทำให้เขาอยากโทรศัพท์บ้าง… พอจะเดาได้หรือยังว่าบาปหรือไม่บาป

เดาได้แล้วค่ะ… พระอาจารย์ แล้วเราควรไปปฏิบัติธรรมกันประมาณกี่วันหรือคะ เพราะเห็นคอร์สปฏิบัติธรรมมีตั้งแต่ ๒ คืน ๓ วัน, ๔ คืน ๕ วัน, ๗ คืน ๘ วัน ไปจนถึง ๙ คืน ๑๐ วัน

          จริง ๆ แล้วไม่มีบัญญัติเอาไว้นะ แต่ตามที่พระอาจารย์เคยอบรมมา ๔ คืน ๕ วันนี่พอใช้ได้ แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร, ๗ คืน ๘ วันดีขึ้น ถ้าจะให้ดีกว่านั้นอีกก็ ๙ คืน ๑๐ วัน แต่สำหรับคนทั่วไป ๗ คืน ๘ วันดีที่สุดแล้ว ที่ห้ามลืมเลยคือ ต้องเตรียมใจว่าจะอยู่ครบตามวัน-เวลาด้วยนะ ถ้าไปไม่ครบวันส่วนมากไม่ค่อยได้ผลอะไร นอกจากนั้นยังทำให้การควบคุมดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาปฏิบัติทำได้ยากอีกด้วย

ช่วงที่ไปปฏิบัติธรรม หนูสังเกตว่าผู้ปฏิบัติหลายคนจะนิ่ง ไม่ยิ้มแย้ม หน้าบึ้งตลอดเวลา ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ

          เขากำลังควบคุมตัวเองให้อยู่ในกฎระเบียบในช่วงเวลาที่เขาปฏิบัติเท่านั้นเอง พอกลับมาจากการปฏิบัติก็จะเป็นเหมือนเดิม เพราะตามปกติจิตใจของคนมักชอบความสนุกสนานเพลิดเพลิน การจะมาควบคุมจิตให้นิ่ง ๆ ทำยาก ดังนั้นบางคนจึงทำกายให้นิ่งเพื่อควบคุมใจอีกที… การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ว่าเราจะหัวเราะ จะขำ จะมีอารมณ์ต่าง ๆ ไม่ได้นะ แต่แค่รู้และดูจิตตัวเองไปก็พอ

อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง… แสดงว่าถ้าไม่ได้อยู่ช่วงปฏิบัติธรรม เช่น มาปฏิบัติเองที่บ้านจนกลายเป็นคนไม่มีอารมณ์ ไม่ยิ้ม หน้าต้องนิ่ง หรือถือตัวเองว่าปฏิบัติธรรมมาเยอะ ทำให้ยกตัวเองสูงกว่าคนธรรมดาที่ไม่ปฏิบัติ อย่างนี้ถือว่าทำผิดทางใช่ไหมคะ

          ใช่ ๆ ถือว่าไปผิดทางและยังไม่เข้าใจการปฏิบัติธรรมอย่างถ่องแท้ ที่ถูกต้องคือต้องไม่ทำให้ตัวเองตึงเครียด แต่ต้องทำให้เราดีขึ้น เข้าใจในตัวเองและผู้อื่น รู้จักดูกายดูใจตัวเองมากขึ้น ตลกก็รู้ โกรธก็รู้ ถ้าเราเจอแบบนี้ ก็ลองเตือนให้เขาค่อย ๆ แก้ไขไป แต่ถ้าเตือนไม่ได้ ก็เฉยไว้ก่อน ปล่อยเขาไปก่อน นอกจากนี้การปฏิบัติธรรมยังต้องช่วยลดทิฐิ มานะ ความถือตัว ต้องเน้นที่ตัวเอง ไม่ได้เน้นที่การไปจับผิดคนอื่น หรือไปโกรธคนอื่นว่าทำไมเธอไม่เข้าวัดปฏิบัติธรรม
          ใครปฏิบัติธรรมหรือไม่ ทำผิดหรือถูกก็ปล่อยเขาไป ตัวเราเองไม่ทำผิดเป็นใช้ได้… การที่เราไม่ช่วยเขาก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดนะ เพราะเราต้องเอาตัวเราให้รอดก่อน ตราบใดที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น ไปช่วยคนอื่นก็จมน้ำตายเท่านั้นเอง เอาตัวให้รอด ทำตัวอย่างให้เขาดู เดี๋ยวเขาก็ทำตามเราเอง

พระอาจารย์ขา…หนูอยากทราบว่าทำไมเวลาไปฏิบัติธรรมต้องใช้เครื่องแต่งกายสีจืด ๆ เรียบ ๆ อย่างสีขาว ครีม ดำ ด้วย… ทำไม่ไม่ใช้สีเหลือง แดง หรือส้มคะ ดูสดใสและน่าจะทำให้จิตใจเบิกบานมากกว่าเดิม

           เพราะสีขาวหรือดำเป็นสีที่เรียบง่าย ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการทำจิตของเราสงบนิ่ง ยิ่งกว่านั้นสีเรียบ ๆ เมื่อมองจะทำให้เจริญตาเจริญใจ การแต่งตัวฉูดฉาดหรือหลากหลายเกินไปทำให้จิตพล่าน ส่วนการห้ามใส่หมวกหรือรองเท้าเพราะผิดวัฒนธรรมประเพณีคนไทยเรา เราจะไม่ใส่หมวก/รองเท้าเข้าวัดวาอารามหรือสถานที่ควรสักการบูชา เพราะถือว่าไม่สุภาพ

เห็นสถานปฏิบัติธรรมบางที่ต้องมีการรับศีล ๕ หรือ ๘ มีการสมาทานพระกรรมฐาน และต้องมีการปฏิบัติพิธีกรรม เช่น การจุดธูป สวดมนต์ ไหว้พระ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการปฏิบัติธรรมไหมคะ

           การรับศีลนั้นเพื่อช่วยให้เรารักษาศีล ถ้ารับได้ก็ดีกับตัวเรา ส่วนคำสมาทานหรือพิธีกรรมต่าง ๆ ช่วยทำให้เรามีจิตใจมั่นคง รวบรวมสติให้กลับมา ช่วยคนที่ยังกำลังจิตอ่อนให้มีสมาธิมากขึ้นและทำให้มีความตั้งใจมากขึ้น แต่จริง ๆแล้วหากสามารถปฏิบัติได้แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็น เหมือนลูกมะพร้าว ๒ ลูกช่วยคนจมน้ำไม่ให้จมนั่นละ

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมไปทดลองฝึกหัดกันดู ค่อย ๆ ฝึกจากน้อยไปมาก จากไม่ได้ให้ได้บ้าง เพราะการเจริญสติ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อทำได้แล้วใจเราจะมีที่พึ่ง เมื่อมีที่พึ่ง ใจของเราก็จะไม่ทุกข์ มาทดลองฝึกหัดดู… การปฏิบัติมีอะไรดี ๆ อยู่มากนะต้องลองถึงจะรู้.

หนังสืออ้างอิง:

พระอาจารย์มานพ อุปสโม, นิตยสาร Secret ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๖๖ (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔)

About ☀Tawan™ Guide ☀

a Professional Tour Guide
This entry was posted in 1. เข้าถึงธรรม เข้าถึงโลก เข้าถึงชีวิต. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s