บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : บทนำ

This slideshow requires JavaScript.

ทริปอิ่มบุญนี้เกิดขึ้นราว ๆ ปี ๒๕๕๐ แต่ความเอิบอาบบุญรวมทั้งความปิติมิได้จางหายไปจากใจเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ การเดินทางครั้งนั้นทำให้ชีวิตของผู้เขียนเปลี่ยนแปลงทันทีที่อายตนะทั้ง ๕ รับสัมผัสพุทธสถาน ฟังธรรมะเข้าใจได้ง่าย ลดทิฐิมานะ อยู่ง่ายว่าง่าย เข้าใจวัฒนธรรมของคนอินเดีย รวมทั้งทำงานกับคนอินเดียได้อย่างราบรื่น ทุกครั้งที่ได้เห็นภาพสังเวชนียสถานจะเกิดความรู้สึกอยากกลับไปอีก คิดถึงเหลือเกิน

ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าคิดเพียงว่า “จะไปอินเดียต้องใช้เงินเท่าไร” ถึงแม้จะมีเงินก้อนนั้นแล้วก็ใช่ว่าจะได้ไปถึง

สิ่งที่พุทธศาสนิกชนพึงมีก่อนที่จะไปกราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล ประการแรกเลยคือ “ศรัทธา” การที่เราจะไปเยี่ยมใครถึงบ้านของเขาแสดงว่าเราต้องรู้จักเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี มีศรัทธาต่อเจ้าของบ้านและไปด้วยความนอบน้อม อุปมาเหมือนเราต้องการไปอินเดียเพื่อไปเยี่ยมบ้านของพระพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนจึงควรจะทำความรู้จักพระพุทธเจ้าเสียก่อน อย่างน้อยก็ควรจะรู้ประวัติของพระพุทธเจ้า และรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เป็นการเริ่มปลูกศรัทธาเพื่อนำพาไปพบธรรมะของพระพุทธองค์ โดยมารยาทแล้วควรสำรวมกิริยา สำรวมวาจาด้วย เป็นการให้ความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนของพระพุทธเจ้า

ประการที่สอง คือ ต้องเป็นผู้มี “บุญบารมี” ในที่นี้ผู้เขียนให้ความสำคัญกับกุศลกรรมในอดีตชาติและกุศลกรรมในปัจจุบัน  ผู้เขียนเชื่อว่าบุญเป็นเหตุให้ได้ไปสังเวชนียสถานครบทั้งสี่ตำบล  การที่ได้เคยสร้างบุญในอดีตและได้เคยอธิษฐานเกี่ยวข้องกับสถานที่ใดในอดีต ส่งผลให้ได้เกิดให้ได้ไปพบสถานที่นั้นอีก  กุศลกรรมในชาติปัจจุบันก็จะเป็นเหตุส่งผลให้เกิดบุญบารมีในอนาคตได้   หากปีนี้ใครที่ยังไม่ได้ไปเยือนสังเวชนียสถาน ให้เร่งสะสมบุญบารมีไว้มาก ๆ และจะได้ไปเยือนแดนพุทธองค์ไม่ช้าก็เร็ว นอกจากนี้การสะสมบุญบารมียังช่วยให้การเดินทางราบรื่น ไร้อุปสรรค ค้นพบสัจธรรมง่าย (ตามประสบการณ์ของผู้เขียนการเดินทางในดินแดนพุทธภูมิยังได้โอกาสฝึกสติระหว่างนั่งบนรถ มีขันติต่อสิ่งมากระทบ มีโอกาสฟังธรรมทุกวัน ได้ร่วมบำเพ็ญทาน รักษาศีล และภาวนา ถือได้ว่าไปด้วยบุญ กลับมาพร้อมบุญจริง ๆ )

ประการที่สาม ต้องเป็นผู้มี “ทรัพย์” การเดินทางต้องใช้ทรัพยากร ปัจจุบันการเดินทางจากประเทศไทยไปอินเดียมีสายการบินให้เลือกหลายสายการบินด้วยกัน ค่าโดยสารเครื่องบินไปและกลับก็ประมาณหมื่นกว่าบาท ส่วนค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางในอินเดียนั้นส่วนใหญ่เป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ายานพาหนะ ค่าใช้จ่ายมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เดินทาง ความหรูหราของที่พัก และการวางแผนใช้เส้นทาง หากรับประทานอาหารท้องถิ่นได้ นอนวัดได้ ค่าใช้จ่ายคนละสองหมื่นก็เพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวสี่ตำบลได้ครบและยังเหลือเงินสำหรับทำบุญกับวัดไทยหลายแห่งในแดนพุทธภูมิ

ประการที่สี่ ต้องมี “ข้อมูล” การศึกษาข้อมูลทั้งเรื่อง ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ที่ตั้ง แผนที่ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ข้อกฎหมาย สกุลเงินที่ใช้  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การขอวีซ่า หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ ฯลฯ เป็นสิ่งที่นักเดินทางท่องเที่ยวต้องรู้ก่อนออกเดินทาง

ช่วงเวลาที่สบายสำหรับการแสวงบุญจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวของอินเดีย คือ ประมาณเดือนตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ โดยอุณหภูมิเฉลี่ย ๑๐ ถึง ๒๕ องศาเซลเซียส ช่วงเวลาอื่นก็สามารถไปเยือนอินเดียได้เช่นเดียวกัน

ผู้เขียนขอเน้นเรื่องหนังสือเดินทางและวีซ่าเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจาก ในประเทศอินเดียมีสังเวชนียสถานสามตำบลคือตำบลพุทธคยา สถานที่ตรัสรู้, ตำบลสารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และตำบลกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน  สำหรับตำบลลุมพินี  สถานที่ประสูตินั้นปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเนปาล ดังนั้นการขอวีซ่าจึงต้องขอทั้งประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล ที่สำคัญห้ามลืมเลย คือ วีซ่าเข้าอินเดียควรขอเป็น Multiple (M) เพราะเราจะเข้าประเทศเนปาลที่ด่านโสเนาลี (Sonauli) หลังจากเยือนลุมพินีแล้วเราจะกลับเข้าอินเดียอีกครั้งที่ด่านเดิม   ถ้าเลือก Single (S) จะมีปัญหาเรื่องการเข้าออกที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของอินเดีย

เอกสารในการขอวีซ่า

  • พาสปอร์ต ที่มีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนนับจากวันยื่นขอวีซ่า และมีหน้าเหลือไม่ต่ำกว่า ๔ หน้า
  • รูปถ่าย ๑.๕ – ๒ นิ้ว จำนวน ๔ ใบ ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน (พื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่อัดภาพแบบสติ๊กเกอร์และไม่สวมแว่นตากันแดด)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน
  • แบบฟอร์มการขอวีซ่า (ซึ่งผู้ขอต้องกรอกหรือพิมพ์ข้อมูลทุกข้อเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

สถานทูตอินเดีย ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท ซ.๒๓ (ประสานมิตร) ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประมาณ ๒๐๐๐ บาท http://www.indianembassy.in.th/tourist_visa.php

สถานทูตเนปาล ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท ซ.๗๑   ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประมาณ ๘๗๕ บาท  http://nepalembassybangkok.com/visathai.html

การเลือกเดินทางไปไม่ว่าจะไปเองหรือไปกับคณะทัวร์ ก็จำเป็นต้องหาข้อมูลประกอบการเดินทางด้วย จะเห็นได้ว่ารายการท่องเที่ยวแต่ละบริษัททัวร์ไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันที่จำนวนวันที่เดินทาง, สถานที่พัก ซึ่งบางคณะก็จะนอนวัด บางคณะก็จะนอนโรงแรมห้าดาว, จำนวนมื้ออาหาร, พาหนะที่ใช้เดินทาง บางคณะนอนมาบนรถทั้งคืนมาสว่างเช้าอีกที่หนึ่ง บางคณะใช้รถไฟ, สำหรับสายการบินต่าง ๆ การบินไทยค่าบัตรโดยสารราคาจะสูงกว่าอินเดียนแอร์ไลน์ และสนามบินที่เครื่องลงจอดก็มีผลให้เส้นทางที่ใช้แสวงบุญต่างกันไป   ความแตกต่างดังกล่าวทำให้เกิดค่าใช้จ่ายต่างกัน  ดังนั้นอย่าด่วนตัดสินใจเพียงเพราะ “ค่าใช้จ่ายถูกกว่า”  ควรประเมินตนเองด้วยว่าเหมาะกับการเดินทางแบบไหน

ตัวอย่างเส้นทางสักการะพุทธสังเวชนียสถาน

เริ่มจากเมืองพุทธคยา

  • กรุงเทพฯ – พุทธคยา- พาราณสี- กุสินารา- ลุมพินี- พาราณสี- กรุงเทพ ฯ
  • กรุงเทพ ฯ –พุทธคยา- พาราณสี – กุสินารา- ลุมพินี-สาวัตถี-ลักเนาว์ – อัคระ –เดลี- กรุงเทพ ฯ
  • กรุงเทพฯ –พุทธคยา- นาลันทา-ราชคฤห์-พาราณสี- กุสินารา- ลุมพินี-กาฐมัณทุ- กรุงเทพ ฯ 
  • กรุงเทพฯ-พุทธคยา-พาราณสี-กุสินารา-ลุมพินี- โครักปุร์-อชันตา-ออรังกบาด-แอลโล่ล่า- มุมไบ- กรุงเทพฯ
  • กรุงเทพฯ– พุทธคยา-นาลันทา-ราชคฤห์-ปาฏลีบุตร-ไวศาลี-พาราณสี- โกสัมพี-กุสินารา-ลุมพินี-กบิลพัสดุ์-เทวทหะ- โครักขปุร์-สาวัตถี- สังกัสสะ-อัครา-เดลี -ศานจิ-อชันตา-แอลโลล่า- มุมไบ- กรุงเทพ ฯ

เริ่มจากเมืองกัลกัตตา

  • กรุงเทพฯ – กัลกัตตา-พุทธคยา- พาราณสี-กุสินารา-ลุมพินี- โครักขปุร์- กัลกัตตา – กรุงเทพ 

เริ่มจากเมืองเดลลี

  • กรุงเทพฯ- เดลี-สาวัตถี- กุสินารา-ลุมพินี-พาราณสี- พุทธคยา- กรุงเทพ ฯ
  • กรุงเทพฯ- เดลี-ทัชมาฮาล- สาวัตถี-โครักปุร์- ลุมพินี -กุสินารา-พาราณสี-พุทธคยา-นาลันทา-ราชคหฤ์-ปัตนะ- อชันตา- ออรังกบาด-แอลโลร่า- มุมไบ- กรุงเทพ ฯ

เริ่มจากเมืองกัตมัณฑุ

  • กรุงเทพฯ – กัตมัณฑุ – ลุมพินี- กุสินารา- พาราณสี-พุทธคยา- กรุงเทพ ฯ

ข้อมูลสายการบิน 

สายการบินไทย (TG) http://www.thaiairways.com/

Indian Airlines (IC)
Air India (AI)
http://www.sstravel.co.th/sst_airfare/int.asp

Jet Airways http://www.jetairways.com/

Royal Bhutan Airlines  http://www.drukair.com.bt/

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

จากเฟชบุ๊คท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ) หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ  ท่านกล่าวไว้ดังนี้

สื่อการเข้าถึงพระรัตนตรัย

ผู้เดินทางมากราบไหว้พระพุทธเจ้า ตามพุทธสถานในพุทธภูมิ ล้วนมากันด้วยพลังศรัทธาอันเกิดจากพุทธวัจนะ ที่ทรงชี้นำทาง เหมือนว่าเชื้อเชิญหรือกวักพระหัตถ์ให้โอกาสทองมาได้รับสิ่งดีๆ แก่ชีวิต โดยนำสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง มาเป็นสื่อการเข้าถึงพระรัตนตรัย ตามที่พระอานนท์ทูลถามก่อนเสด็จปรินิพพาน ณ สาลวโณทยานในกรุงกุสินาราว่า

“เมื่อกาลก่อน พุทธบริษัทในทิศทั้งหลาย ต่างพากันมาเพื่อเฝ้าพระตถาคต ย่อมได้เห็น ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกษุผู้ใหญ่ เจริญใจเหล่านั้น ก็แต่ว่าเมื่อกาลล่วงไปแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า จักไม่ได้เห็น ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกษุผู้ใหญ่เจริญใจเหล่านั้นอีก”

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ด้วยระลึกว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ ๑ พระตถาคตตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ ๑ พระตถาคตยังธรรมจักรให้เป็นไปแล้วในที่นี้ ๑ พระตถาคตเสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเลสนิพพานธาตุในที่นี้ ๑ ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใด เที่ยวจาริกไปยังเจติยสถานเหล่านั้นแล้วมีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมด เบื้องหน้าแต่ตายมลายไป จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์”

นี้เป็นคำที่พระพุทธองค์ทรงสอนในมหาปรินิพพาสูตร ให้วิถีแก่เราได้เข้าใกล้พระองค์ ทั้งกายและใจ เหมือนอย่างที่ทรงยังดำรงพระชนม์อยู่ โดยอาศัยสังเวชนียสถานเป็นสื่อนำเข้าถึงสิ่งที่ควรจะดู ควรจะเห็น ควรให้เกิดสังเวชแก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย และพึงนมัสการด้วยความเคารพ ต่อที่ประสูติ ตรัสรู้ ประทานปฐมเทศนาและปรินิพพาน

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

สมปรารถนา

สำเร็จสมปรารถนา เมื่อสักการบูชาสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลดังนี้

๑. สถานที่ประสูติ : ลุมพินีวันได้ชีวิตดี มีหลักประกัน ได้ความเป็นเลิศ ประเสริฐสุด ได้ความก้าวหน้า ยอดเจริญ ๔๗๙

๒. สถานที่ตรัสรู้ : พุทธคยาได้ปัญญาเป็นอาวุธ ได้รับความรู้แจ้งแทงตลอด ได้ชัยชนะด้วยบารมีไม่มีแพ้

๓. สถานที่แสดงปฐมเทศนา : พาราณสีได้บริวาร เปิดมิตร ปิดศัตรู ได้ความไม่วุ่นวาย ไม่ขัดข้อง ได้ดวงตาเห็นธรรมล้ำเลิศ

๔. สถานที่ปรินิพพาน : นคร กุสินาราได้อายุยืนยาว ป่วยหาย หน่ายรัก ได้มรดก ยกฐานะ มีทรัพย์นับไม่ถ้วน ได้พ้นจากเครื่องเสียดแทง การทำร้ายทั้งปวง

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

ทำใจให้ได้

มาอินเดียคงหนักอกหนักใจ ว่าจะทำอะไร

บุญก็อยากได้ ลำบากก็อยากหลบ

กิเลสก็อยากพ้น ทุกข์ก็อยากหนี เศรษฐีก็อยากเป็น

ตัดใจให้หายกังวลเถิด ขออย่าได้สับสนกันเลยนะ…โยมทั้งหลาย

ลองคิดง่ายๆ ตั้งโจทย์ง่ายๆ ว่า

ทำใจได้เมื่อใด สุขสบายเมื่อนั้น

ถ้าตามใจเมื่อใด แบกทุกข์เมื่อนั้น

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

Smooth as Silk

จะไป จะมาในอินเดียและเนปาลให้สดวกปลอดภัย เรียกว่า “ไร้กังวล” ทั้งคนขับและผู้โดยสารแล้วละก็ จะต้องมีดีหรือมี Good อีกถึง ๕ Good เป็นตัวชูกำลัง จึงจะรับรองว่าดีแน่ เรียกว่าดีที่เรา ดีที่รถยังไม่พอ ต้องมีอีก ๕ ดี หรือ ๕ Good จึงจะเรียกว่าดีจริง คือ

๑. Good Horn ต้องมีแตรดี

๒. Good Eye ต้องมีสายตาดี

๓. Good Brake ต้องมีเบรคดี

๔. Good Heart ต้องใจดีคือใจต้องถึงนั่นเอง

๕. Good Luck ต้องมีโชคเข้าข้างด้วย

เมื่อมี ๕ ดีแล้ว การสัญจรจึงจะน่าจะมีสวัสดิภาพ ถึงเป้าหมายได้สบายแฮ

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

มาอินเดียทำไม?

ผู้มาจาริกแดนพุทธภูมิ มากันหลากหลายมากประเภท มีความประสงค์เป็นของตัวเองค่อนข้างสูง ด้วยศรัทธาต่อพระบรมศาสดาเป็นหลักในความเลื่อมใสที่แตกต่างกัน พอจะสรุปเป็นวัตถุประสงค์ที่คล้ายๆ กัน ของการเดินทางมาอินเดีย ดังนี้

๑.    มาไหว้พระ … เป็นเมืองกำเนิดพระและเจ้า

๒.    มาพบปะสิ่งต่างๆเป็นศูนย์รวมแห่งความหลากหลาย

๓.    มาเปิดกว้างทางความคิด … เป็นตะกร้าแห่งความคิด

๔.    มาตั้งจิตปฏิบัติธรรม … เป็นโรงเรียนเตรียมอริยะ

๕.    มาน้อมนำสิ่งที่ดีกลับไป … เป็นที่ให้โอกาสแก่ผู้แสวงหา

๖.    มาทำใจให้ถึงพระนิพพาน … เป็นที่พบบรมธรรม

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

ประทับใจอะไรในอินเดียมากที่สุด?

ประทับใจมากที่สุดคือรอยพระบาท หรือสิ่งที่พระพุทธเจ้ามอบไว้ให้กับโลกคือ จตุสังเวชนียสถาน กองอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เหลือในยุคของพระพุทธเจ้าและยังเหลือร่องรอยให้เห็นในทุกวันนี้

การที่เราได้มีโอกาสรับใช้สถานที่ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด และยอมมอบกายถวายชีวิตให้

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

บุญกิริยาสัมมาปฏิบัติ

ในปีหนึ่งๆ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสจาริกไปแสวงบุญตามพุทธสถานเป็นจำนวนมาก  นับว่าเป็นบุญชีวิตของชาวพุทธที่ยากจะพรรณนา เรียกได้ว่า

เห็น                      ก็เป็นบุญตา

ได้สวดมนต์ภาวนา   ก็เป็นบุญปาก

ยิ่งเดินทางลำบาก     ยิ่งเป็นบุญใจ

ทั้งนี้เพราะความศรัทธาต่อพระบรมศาสดาโดยแท้ การได้ไปกราบไหว้สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบลนั้น จะต้องมีสิ่งนำพา คือมีสติปัญญาควบคู่กับศรัทธา จึงจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ตลอดการเดินทางจาริกแสวงบุญตามรอยบาทพระศาสดา

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

ร้อยวาทะ ธรรมะปิดทอง

☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀☀

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ ตามลิงค์

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : บทนำ

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ กัลกัตตา

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่สอง เมืองกัลกัตตา เมืองพุทธคยา

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่สาม เมืองพุทธคยา เมืองราชคฤห์ เขาคิชกูฎ มหาวิทยาลัยนาลันทา

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่สี่ เมืองพุทธคยา เมืองพาราณสี เมืองสารนาถ

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่ห้า เมืองพาราณสี เมืองกุสินารา

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่หก เมืองกุสินารา ตำบลกาเซีย

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่เจ็ด กุสินารา ตำบลลุมพินี (ประเทศเนปาล)

บุญหนุนสู่แดนพุทธภูมิ กราบสักการะพุทธสังเวชนียสถานสี่ตำบล : วันที่แปด ตำบลลุมพินี (ประเทศเนปาล) โครักขปูร์ เดลลี กรุงเทพฯ

About ☀Tawan™ Guide ☀

a Professional Tour Guide
This entry was posted in 3. ตะวันสัญจร. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s